เป็นถุงลมโป่งพอง 1 ปี แต่กังวลจนนอนไม่หลับ

"ทุกวันนี้กังวลมากจนนอนไม่หลับ เพราะเป็นถุงลมโป่งพองมา 1 ปีแล้ว คุณหมอบอกรักษาไม่หายแต่คุมได้" คุณ เ. อายุ 42 พิมพ์มาบอกผมเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ประโยคแรกที่แกทักมาคือ "อายุ 42 ปีแล้วครับ เป็นถุงลมโป่งพองมา 1 ปีแล้วครับ"

คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่

อายุ 42 ถือว่าหนุ่มมากในบรรดาคนที่ทักมาหาผม อาการที่แกเล่ามามีแบบนี้ครับ

  • แน่นหน้าอกทุกครั้งที่กินข้าวอิ่ม
  • อึดอัดในอก
  • กังวลจนนอนไม่หลับ

"ตอนนี้มีอาการแน่นหน้าอกเวลากินข้าวอิ่ม รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกมาก"

คุณ เ. · 42 ปี · เป็นมา 1 ปี

หมอบอกแกแค่ประโยคเดียว ว่า "รักษาไม่หายแต่คุมได้" ซึ่งหมอพูดถูกทั้งสองคำ แต่ในห้องตรวจไม่มีเวลาอธิบายว่าทำไมถึงไม่หาย แล้วที่ว่าคุมได้ คุมอะไร คำถามที่ค้างอยู่ในหัวคนที่เพิ่งตรวจเจอเลยมีอยู่สองข้อเสมอ ทำไมถึงเป็น กับ มันจะหายไหม

ทั้งสองข้อตอบได้ด้วยภาพเดียวกันครับ คือภาพข้างในปอด

ตอบสั้นๆ ก่อนเลยครับ

ถุงลมโป่งพองเกิดจากการอักเสบในปอดที่ไม่ยอมจบ ส่วนใหญ่มาจากควันที่เข้าปอดทุกวันเป็นสิบปี ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้าไปเก็บกวาด แล้วน้ำยาที่มันใช้ก็ค่อยๆ ย่อยเนื้อปอดเราไปด้วย ถุงลมที่พังไปแล้วไม่งอกใหม่ นี่คือส่วนที่ "ไม่หาย" แต่ความเร็วที่มันจะพังเพิ่ม เราชะลอได้ นี่คือส่วนที่ "คุมได้"

ถ้าเป็นเคสคุณ เ. ผมจะเล่าให้แกฟังแบบนี้ครับ

ปอดของเรามีแค่ 2 อย่าง ท่อ กับ ถุง

ถ้าไม่เห็นภาพตรงนี้ก่อน เรื่องที่เหลือจะงงหมดครับ ขอสองนาที

ท่อ ก็คือหลอดลม เริ่มจากท่อใหญ่ที่คอ แล้วแตกแขนงเล็กลงไปเรื่อยๆ เหมือนกิ่งไม้ จนเล็กกว่าเส้นผม ท่อมีหน้าที่อย่างเดียวคือพาลมเข้าไปข้างใน

ถุง ก็คือถุงลม อยู่ที่สุดปลายกิ่งทุกกิ่ง เล็กมาก มีอยู่หลายล้านลูก ตรงนี้คือที่ที่งานจริงเกิดขึ้น

ท่อคือถนน ถุงลมคือท่าเรือ เลือดคือรถบรรทุก

รอบถุงลมทุกลูกมีเส้นเลือดฝอยพันอยู่ เลือดวิ่งผ่านตรงนี้ตลอดเวลาเพื่อมารับออกซิเจนจากลมที่เราเพิ่งสูดเข้าไป รับเสร็จก็วิ่งไปส่งให้สมอง หัวใจ ขา แขน ทุกที่ทั่วตัว

ร่างกายเอาออกซิเจนไปเผาอาหารให้กลายเป็นแรง เหมือนไฟที่ต้องมีลม ถ้าลมไม่พอ ไฟก็ติดๆ ดับๆ ไม่แรง เผาเสร็จก็มีของเสียคือคาร์บอนไดออกไซด์ รถคันเดิมขนกลับมาทิ้งที่ท่าเรือ แล้วเราก็หายใจมันออกไป

ที่อยากให้จำคือ ในร่างกายเรามีท่าเรือแค่ที่เดียว คือถุงลม ไม่มีทางอื่นที่ออกซิเจนจะเข้าตัวเราได้เลย

นี่คือเหตุผลที่คนเป็นโรคนี้เหนื่อยทั้งตัว ไม่ใช่แค่เหนื่อยที่ปอด พอท่าเรือพัง รถก็รับของได้น้อยลงทุกเที่ยว ขาไม่มีแรงเดินไกลเหมือนเดิม แค่เดินไปห้องน้ำก็เหนื่อย หัวใจก็ต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อวิ่งรถให้ถี่ขึ้น ปอดพังที่เดียว แต่คนที่เดือดร้อนคือทั้งตัวครับ

ต้นเรื่องคือทีมทำความสะอาดที่ไม่ได้กลับบ้าน

พอพูดว่า "อักเสบ" คนมักนึกถึงแผลบวมแดง แต่การอักเสบในปอดมันไม่เจ็บ ไม่บวมให้เห็น ไม่มีสัญญาณอะไรเลย เราเลยไม่รู้ตัว

สมมติมีควันหลุดเข้าปอด ร่างกายจะส่งทีมทำความสะอาดเข้าไปจัดการ ทีมนี้คือเม็ดเลือดขาว ตัวเดียวกับที่ไปสู้เชื้อโรคเวลาเราเป็นหวัด หนองที่เราเห็นเวลาแผลติดเชื้อ ก็คือซากของทีมนี้หลังสู้เสร็จ วิธีทำงานของมันคือฉีดน้ำยาแรงๆ ออกมาย่อยของแปลกปลอมให้หมดไป

ถ้าควันเข้ามาครั้งเดียว ทีมนี้ทำเสร็จก็กลับบ้าน ปอดกลับมาปกติ ระบบนี้ปกป้องเรามาทั้งชีวิตครับ

ปัญหาเริ่มตอนที่ควันเข้ามาทุกวัน ปีแล้วปีเล่า ทีมนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย ต้องตั้งฐานอยู่ในปอด ฉีดน้ำยาอยู่ทุกวัน และน้ำยานี้มันแยกไม่ออกครับ ว่าอันไหนคือควัน อันไหนคือเนื้อปอดเราเอง

ปกติร่างกายมี "ตัวเบรก" คอยคุมไม่ให้น้ำยาย่อยเนื้อตัวเอง แต่พอฉีดกันวันละหลายรอบ ต่อเนื่องเป็นสิบปี ตัวเบรกเอาไม่อยู่ เนื้อปอดเลยโดนย่อยไปทีละนิด ทุกวัน โดยที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย

คนสูบบุหรี่มา 20 ปีถึงเพิ่งมามีอาการตอนหลัง ไม่ใช่ว่า 19 ปีแรกไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะครับ มันเสียมาตลอด แต่ปอดเรามีของสำรองเยอะมาก จนกว่าจะเสียไปเกินครึ่ง เราถึงจะเริ่มรู้สึก

แล้วทำไมบางคนเป็นตั้งแต่อายุยังไม่มาก

ผมไม่รู้ว่าคุณ เ. สูบบุหรี่ไหม หรือทำงานอะไรมา แกไม่ได้เล่า แต่ควันที่เรียกทีมทำความสะอาดมาประจำการ ไม่ได้มีแค่บุหรี่ครับ

  • บุหรี่ และบุหรี่มือสองในบ้าน
  • ควันจากการหุงต้มด้วยฟืนหรือถ่าน โดยเฉพาะคนที่ทำครัวในที่อับมาหลายสิบปี เป็นสาเหตุใหญ่มากในบ้านเรา
  • ควันธูป ควันจากการเผา
  • ฝุ่นจากอาชีพ เช่น โรงสี เหมือง ก่อสร้าง เชื่อมโลหะ
  • มลพิษในอากาศ

มีอีกส่วนน้อยที่เกิดจากพันธุกรรม คือเกิดมามี "ตัวเบรก" น้อยกว่าคนอื่น เนื้อปอดเลยโดนย่อยง่ายกว่าปกติ กลุ่มนี้มักมีอาการตั้งแต่อายุยังไม่มาก ส่วนใครเป็นแบบไหน อันนี้ต้องให้หมอเป็นคนดู ผมเดาแทนไม่ได้ครับ

การอักเสบตัวเดียวนี้แหละ ไปสร้างปัญหาสองที่พร้อมกัน ที่ท่อ กับที่ถุง

ที่ท่อ หลอดลมตัน 3 แบบพร้อมกัน

ส่วนนี้ผมเล่าย่อๆ นะครับ เพราะเขียนละเอียดไว้ในพ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้น แล้ว

หลอดลมตัน 3 แบบ แต่ยาพ่นแก้ได้แบบเดียว
กล้ามเนื้อรอบท่อบีบปอดที่อักเสบนานจะขี้ตกใจ เจอควัน ฝุ่น อากาศเย็นนิดเดียวก็เกร็ง
ผนังท่อบวมหนาเหมือนหวัดคัดจมูก แต่บวมอยู่ตลอด ไม่ยุบ
เสมหะอุดขนเล็กๆ ที่คอยพัดเสมหะออกโดนควันทำลายไปแล้ว เสมหะเลยค้าง

ยาพ่นขยายหลอดลมคลายได้แค่กล้ามเนื้อที่บีบ อีกสองแบบยังอยู่เหมือนเดิมหลังพ่นเสร็จ ส่วนยาพ่นที่มีหน้าที่ต่างกัน ผมแยกเขียนไว้ในยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง

ที่ถุง ถุงลมมันพังได้ยังไง

ผนังบางๆ ที่กั้นระหว่างถุงลมแต่ละลูก มีเส้นใยยืดหยุ่นเป็นโครงอยู่ข้างใน เหมือนหนังยาง น้ำยาแรงของทีมทำความสะอาดย่อยเส้นใยนี้ได้ครับ โดนย่อยทุกวัน ผนังก็บางลงเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งก็ขาด

ผนังระหว่างสองลูกขาด สองลูกก็รวมเป็นลูกเดียวที่ใหญ่ขึ้น เกิดซ้ำไปเรื่อยๆ สุดท้ายถุงลมเล็กๆ หลายสิบลูกกลายเป็นโพรงใหญ่โพรงเดียว นี่แหละครับที่มาของคำว่า "โป่งพอง"

โพรงใหญ่ขึ้น ทำไมแย่ลง

ฟังดูเหมือนได้ที่ว่างเพิ่ม แต่จริงๆ แย่ลงมากครับ เพราะเลือดรับออกซิเจนผ่าน "ผนัง" ของถุงลม เส้นเลือดฝอยพันอยู่ที่ผนัง ผนังจึงไม่ใช่แค่กำแพงกั้นห้อง ผนังคือหน้าท่า

พอผนังขาดหายไป หน้าท่าก็หายไปพร้อมกัน โพรงใหญ่ขึ้นก็จริง แต่ที่ให้รถเข้ามาจอดรับของเหลือน้อยลง ทั้งที่ลมยังเข้าไปถึงเหมือนเดิม นี่คือเหตุผลที่บางคนสูดลมเข้าได้เต็มปอด แต่ยังเหนื่อยอยู่ดี

ปอดคนปกติ ถ้าเอาผนังของถุงลมทุกลูกมากางรวมกัน จะได้พื้นที่ประมาณ 70 ตารางเมตร ใหญ่พอๆ กับสนามแบดมินตันทั้งสนาม พอผนังขาดไปทีละแผ่นทุกวัน สนามของเราก็หดลงเรื่อยๆ ลมยังเข้าเท่าเดิม แต่ที่รับของเหลือน้อยลงทุกปี

และถุงลมที่เสียไปแล้ว ไม่งอกใหม่ครับ ยังไม่มียาตัวไหนในโลกทำได้ นี่แหละคือส่วนที่หมอบอกคุณ เ. ว่า "รักษาไม่หาย"

ถุงลมอยู่ปลายทาง ทำไมทำให้หายใจไม่อิ่ม

หลายคนสงสัยตรงนี้ครับ ถ้าถุงลมแค่แลกออกซิเจน เรื่องหายใจไม่ออกน่าจะเป็นเรื่องของท่อไม่ใช่เหรอ

คำตอบคือ ถุงลมกับหลอดลมไม่ได้แยกกันอยู่ครับ ถุงลมเป็นคนค้ำหลอดลมไว้

ถุงพลาสติกกับมือหลายมือ

ลองนึกถึงถุงพลาสติกที่หิ้วกลับมาจากตลาดนะครับ วางไว้เฉยๆ มันแฟบติดกันเป็นแผ่นเดียว แต่ถ้ามีมือหลายๆ มือช่วยกันดึงออกไปรอบด้าน มันจะอ้าเป็นโพรงขึ้นมาทันที

หลอดลมฝอยลึกๆ ก็เป็นแบบนั้นเป๊ะ ตัวมันนิ่มจนแฟบได้เอง ที่อ้าอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะถุงลมที่เบียดอยู่รอบๆ ทำหน้าที่เป็นมือที่ดึงผนังมันไว้คนละนิด ถุงลมสิบลูกรอบท่อ ก็คือสิบมือ

พอถุงลมถูกย่อยหายไปทีละลูก ก็เหมือนมือปล่อยไปทีละมือ เหลือแปดมือ เหลือห้ามือ ท่อเลยแฟบง่ายกว่าเดิมมาก

แฟบตอนหายใจออก ไม่แฟบตอนหายใจเข้า

ตอนหายใจเข้า ลมไหลเข้ามาดันผนังท่อออกจากข้างใน ท่ออ้าอยู่แล้วเอง ไม่ต้องพึ่งมือเท่าไหร่

ตอนหายใจออก เราต้องบีบทรวงอกเข้าเพื่อไล่ลม แรงบีบนั้นบีบตัวท่อไปด้วย ท่อที่มีมือดึงไว้ไม่พอ ก็แฟบไปก่อนที่ลมข้างในจะออกหมด ลมที่ยังไม่ทันออกก็ค้างอยู่ ทีละนิด ทุกครั้งที่หายใจ จนปอดพองค้าง

พอจะหายใจเข้าใหม่ ปอดมันเต็มอยู่แล้ว เหมือนแก้วที่มีน้ำค้างอยู่ค่อนแก้ว จะเทเพิ่มก็ได้อีกนิดเดียว

นี่แหละครับ "หอบ" ของคนเป็นถุงลมโป่งพอง ไม่เหมือนหอบเพราะวิ่งมา แต่คือสูดเข้าไปแล้วไม่มีที่ให้ลมลง ตรงกับคำที่คนพิมพ์มาบอกผมบ่อยที่สุดคำหนึ่ง คือ "หายใจไม่อิ่ม" ถ้าเป็นหนักตอนกลางคืน ผมเขียนแยกไว้ในพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียว และนอนราบไม่ได้ ต้องนั่งหลับทุกคืน

ทั้งโรคในภาพเดียว
ต้นเหตุควันเข้าปอดทุกวัน ทีมทำความสะอาดไม่ได้กลับบ้าน ฉีดน้ำยาทุกวัน
ที่ท่อกล้ามเนื้อบีบ ผนังบวม เสมหะอุด ตัน 3 แบบพร้อมกัน
ที่ถุงผนังขาด หน้าท่าหาย มือที่ดึงหลอดลมไว้ปล่อยทีละมือ
ผลที่รู้สึกท่อแฟบตอนหายใจออก ลมค้าง หายใจเข้าไม่ลง หอบ

ถ้าจำได้แค่ช่องเดียว ขอให้จำช่องแรกครับ เพราะเป็นช่องเดียวที่เรายังหยุดมันเองได้

"ไม่หาย" กับ "คุมได้" แปลว่าอะไร

กลับมาที่ประโยคของหมอที่ทำให้คุณ เ. นอนไม่หลับนะครับ

"ไม่หาย" คือ ถุงลมที่ผนังขาดไปแล้ว เอาคืนไม่ได้ อันนี้จริง และผมไม่อยากให้ใครหลอกคุณว่าได้

"คุมได้" คือ ความเร็วที่มันจะเสียเพิ่ม เราคุมได้ และคุมได้เยอะกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดครับ

สิ่งเดียวที่ชะลอได้จริง คือหยุดควันทุกชนิด

นี่คือสิ่งเดียวที่มีหลักฐานชัดว่าทำให้ปอดเสื่อมช้าลงได้จริง เหตุผลก็ตรงกับที่เล่ามาทั้งหมด ควันคือตัวที่เรียกทีมทำความสะอาดมาประจำการทุกวัน พอไม่มีควันใหม่เข้าไป ทีมก็ค่อยๆ ทยอยกลับบ้าน น้ำยาที่ย่อยปอดเราก็น้อยลง ถุงลมพังช้าลง

ผมพูดตรงๆ นะครับ มันไม่ได้ทำให้ปอดกลับมาเหมือนเดิม แต่มันเปลี่ยนจากทรุดเร็วเป็นทรุดช้าได้ และไม่มียาตัวไหนหรืออาหารเสริมยี่ห้อไหนทำแทนได้

คุณ เ. อายุแค่ 42 ปอดยังต้องใช้ไปอีกนาน ยิ่งเริ่มชะลอเร็ว ปอดที่เหลืออยู่ก็ยิ่งอยู่กับเราได้นาน

ส่วนวิธีดูแลข้ออื่น ทั้งการหายใจแบบเป่าเทียนไล่ลมที่ค้าง และการไม่ให้กำเริบบ่อย ผมรวมไว้ในพ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้น แล้วครับ

อาการแน่นหน้าอกตอนกินอิ่มที่แกเล่า ผมอยากให้เล่าให้หมอฟังด้วยนะครับ อาการที่เราเจอทุกวันที่บ้าน คือข้อมูลที่หมอไม่มีทางเห็นเองในห้องตรวจ

⚠️ ยาที่หมอให้ ห้ามหยุดเองนะครับ

ที่เล่ามาว่ายาพ่นทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้แปลว่ายาพ่นไม่จำเป็น จะหยุด จะลด จะเปลี่ยนยา ต้องให้หมอเป็นคนบอกเท่านั้น

ถ้ากำลังคิดจะหยุดอยู่ ลองอ่านยาพ่นไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม ก่อนครับ

คำถามที่คนทักมาถามบ่อย

ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ทำไมเป็นถุงลมโป่งพองได้?

เป็นได้ครับ และไม่ได้พบน้อยด้วย ควันจากการหุงต้มด้วยฟืนหรือถ่าน บุหรี่มือสองในบ้าน ควันธูป ควันเผา ฝุ่นจากอาชีพ และมลพิษในอากาศ เรียกทีมทำความสะอาดมาประจำการได้เหมือนกัน ส่วนน้อยเกิดจากพันธุกรรม ที่เกิดมามีตัวเบรกน้อยกว่าคนอื่น

ถุงลมที่เสียไปแล้ว กินอะไรให้กลับมาได้ไหม?

ไม่ได้ครับ ถุงลมที่ผนังขาดไปแล้วไม่มีทางกลับมาเป็นถุงลมเล็กๆ เหมือนเดิม ยังไม่มียา ไม่มีอาหารเสริม ไม่มีสมุนไพรตัวไหนในโลกทำได้ ถ้าเจอโฆษณาที่บอกว่าปอดกลับมาเหมือนเดิม หรือหายขาด อันนั้นโกหกครับ สิ่งที่ทำได้จริงคือชะลอไม่ให้เสียเพิ่ม และใช้ปอดที่เหลืออยู่ให้เต็มที่ที่สุด

ถุงลมโป่งพอง กับ COPD ต่างกันไหม?

COPD (ซีโอพีดี) แปลว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นชื่อกลุ่มโรคใหญ่ครับ ถุงลมโป่งพองเป็นหนึ่งในนั้น อีกตัวคือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง คนไข้ส่วนใหญ่เป็นทั้งสองอย่างปนกัน คือพังทั้งที่ท่อและที่ถุง หมอบางท่านเลยเรียกรวมว่า COPD ไปเลย

จะรู้ได้ยังไงว่าปอดเราเหลือเท่าไหร่?

ต้องเป่าเครื่องวัดสมรรถภาพปอดที่โรงพยาบาลครับ เป่าลมเข้าเครื่องแล้วเครื่องคำนวณเป็นตัวเลข ใช้เวลาไม่นาน ไม่เจ็บ ตัวเลขนี้ช่วยให้หมอเลือกยาได้ตรงขึ้น และช่วยให้เราเห็นว่าปีนี้เทียบกับปีที่แล้วเป็นยังไง ถ้าไม่เคยเป่าเลย ลองถามหมอตอนไปตามนัดว่าควรตรวจไหม

✏️ การบ้านข้อเดียวจากผม

วันนี้ลองนั่งไล่ดูว่า วันๆ หนึ่งปอดคุณเจอควันจากที่ไหนบ้าง บุหรี่ของตัวเองหรือคนในบ้าน ควันธูป ควันทำกับข้าว ควันเผาขยะแถวบ้าน ฝุ่นที่ทำงาน จดไว้ในกระดาษแผ่นเดียว แล้วเลือกตัดมาสักหนึ่งอย่างที่ตัดได้ก่อน ไม่ต้องซื้ออะไรเลย แต่นี่คือส่วนที่ "คุมได้" ที่อยู่ในมือคุณเองครับ

· · ·

แล้วคุณหละ..?

หมอเคยอธิบายให้คุณฟังไหมครับ ว่าทำไมถึงเป็นโรคนี้ มาเล่าให้ผมฟังหน่อยได้นะครับ ^_^

ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messenger

ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ

คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่

ผมขายอะไร บอกไว้ตรงๆ ครับ

ผมขาย BLB U ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP

BLB U ไม่ใช่ยา และใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ

ดูรายละเอียด BLB U
คนเขียนคือใคร

ผมดูแลเพจ BLB U ตัวช่วยถุงลมโป่งพอง คุยกับผู้ป่วยและญาติมาแล้ว 600 กว่าราย คำพูดทุกประโยคในบทความมาจากแชทจริง ผมไม่ใช่หมอนะครับ และผมขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ป่วยถุงลมโป่งพองด้วย บอกไว้ตรงๆ ครับ

อ่านต่อ

เริ่มอ่านที่นี่

พ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที

พ่นยาแล้วโล่งแป๊บเดียวก็กลับมาเหนื่อยอีก ไม่ใช่เพราะใช้ยาผิด บทความนี้อธิบายว่ายาพ่นแก้อะไรได้ แก้อะไรไม่ได้ และอีกครึ่งที่เหลือเราทำเองได้ยังไง

อาการ

โล่งแป๊บเดียว แล้วกลับมาแน่นอีก

พ่นแล้วโล่งได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการแบบนี้แปลว่ายายังทำงานอยู่ แต่ความยาวของช่วงที่โล่งคือสัญญาณบอกว่าโรคยังคุมอยู่หรือเริ่มคุมไม่อยู่

เรื่องยา

ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง

สีของหลอดยาพ่นไม่ใช่มาตรฐานอะไรทั้งสิ้น ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี บทความนี้บอกวิธีดูว่ายาที่ถืออยู่เป็นตัวขยายหรือตัวคุม โดยไม่ต้องดูสี