พ่นยาแล้วก็ยังแน่น ทำไมโล่งแค่แป๊บเดียว คำพูดคุณลุงจากกาญจนบุรี

"พ่นยาหายได้แป๊บเดียว มันก็แน่นขึ้นลำคออีก นอนราบไม่ได้ครับ" ลุง ป. จากกาญจนบุรี อายุ 60 พิมพ์มาบอกผมเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แกเป็นถุงลมโป่งพองมา 20 กว่าปีแล้ว ประโยคแรกที่แกทักมาคือ "ตอนนี้กำลังแย่มากครับ"

คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่

ลุง ป. อยู่คนเดียว เก็บของเก่าขายเลี้ยงตัวเอง แต่ช่วงนี้ไปเก็บไม่ได้แล้ว เพราะเหนื่อยเกินไป อาการที่แกเล่ามามีแบบนี้ครับ

  • กินได้น้อย แน่นท้องแน่นคอ
  • หายใจสั่น ใจไม่ดี
  • นอนราบไม่ได้ ต้องนั่งหลับทุกคืน
  • พ่นยาประจำไม่เคยขาด แต่โล่งได้แป๊บเดียว

"ใช้เป็นประจำครับ ขาดไม่ได้หรอกครับ พอมันกำเริบทรมานมากครับ"

ลุง ป. · กาญจนบุรี · 60 ปี · เป็นมา 20 กว่าปี

ผมถามแกว่ากลัวอะไรที่สุด แกตอบสั้นๆ ว่า "หายใจไม่ออกครับ เหนื่อยมากครับ"

เคสลุง ป. ไม่ได้แปลกเลยครับ "พ่นยาแล้วไม่ดีขึ้น" เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดตั้งแต่ทำเพจนี้มา อีกคนอายุ 60 เหมือนกัน เป็นมา 5 ปี พิมพ์มาว่า "รับยาพ่นก็ไม่หาย" อีกคนอายุ 50 เพิ่งเป็นมาปีกว่า บอกว่า "พ่นยาไปสักพักกลับมาเหนื่อยเหมือนเดิม" คนละอายุ คนละหมอ ยาคนละตัว แต่พูดเหมือนกันหมด

ตอบสั้นๆ ก่อนเลยครับ

คุณไม่ได้ใช้ยาผิด หมอก็ไม่ได้ให้ยาผิด ยาพ่นทำงานของมันอยู่จริงๆ แต่หลอดลมของคนเป็นโรคนี้ตันได้ 3 แบบพร้อมกัน ยาพ่นขยายหลอดลมแก้ได้แบบเดียว พอยาหมดฤทธิ์ อาการเลยกลับมา ส่วนที่เหลือต้องดูแลเองที่บ้าน ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องเสียเงินเลย

ถ้าเป็นเคสลุง ป. ผมดูแลแบบนี้ครับ

ทำไมยาพ่นโล่งแค่แป๊บเดียว

ปอดของลุง ป. โดนควันมาหลายสิบปี ทุกครั้งที่ควันเข้าปอด ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวเข้าไปเก็บกวาด เหมือนส่งทีมแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด ทีมนี้ทำงานด้วยการฉีดน้ำยาแรงๆ ย่อยของแปลกปลอม ถ้าควันเข้ามาครั้งเดียว ทำเสร็จก็กลับบ้าน

แต่ถ้าควันเข้ามาทุกวัน ปีแล้วปีเล่า ทีมนี้ก็ไม่ได้กลับบ้านเลย ฉีดน้ำยาอยู่ในปอดทุกวัน และน้ำยานี้มันแยกไม่ออกครับ ว่าอันไหนคือควัน อันไหนคือเนื้อปอดเรา ปอดเลยโดนย่อยไปด้วยทีละนิด โดยที่เราไม่รู้ตัว ผลคือหลอดลมตันได้ 3 แบบพร้อมกัน

แบบที่ 1 กล้ามเนื้อรอบหลอดลมบีบตัว

เจอควัน ฝุ่น อากาศเย็น กลิ่นฉุน กล้ามเนื้อที่พันรอบหลอดลมจะเกร็งบีบเข้ามา ท่อที่เคยกว้างเท่าเหรียญสิบเหลือรูเท่าเหรียญบาท

แบบที่ 2 ผนังหลอดลมบวม

เหมือนตอนเราเป็นหวัดคัดจมูก ในรูจมูกไม่มีอะไรอุดเลย แต่หายใจไม่ออก เพราะผนังข้างในมันบวม ต่างกันตรงที่หวัดหายแล้วจมูกยุบ แต่หลอดลมของคนเป็นโรคนี้บวมอยู่ตลอด ไม่ยุบ

แบบที่ 3 เสมหะอุด

ผนังที่ระคายเคืองตลอดจะผลิตเสมหะเยอะขึ้น เหนียวขึ้น แต่ขนเล็กๆ ที่คอยโบกเสมหะออกโดนควันทำลายไปแล้ว เสมหะเลยค้างอยู่ในท่อ

หลอดลมตัน 3 แบบ แต่ยาพ่นแก้ได้แบบเดียว
กล้ามเนื้อบีบยาไปคลายให้ท่อกว้างขึ้น โล่งในไม่กี่นาที
ผนังบวมยังบวมอยู่เหมือนเดิมหลังพ่นเสร็จ
เสมหะอุดยังค้างอยู่ในท่อเหมือนเดิม

ยาพ่นไปคลายกล้ามเนื้อที่บีบอยู่ ท่อขยาย ลมที่ค้างได้ระบายออก ลุง ป. เลยโล่งขึ้นภายในไม่กี่นาที อันนี้ช่วยจริงนะครับ ที่แกบอกว่า "ขาดไม่ได้" นั่นถูกแล้ว

แต่ผนังที่บวมไม่ได้ยุบตาม เสมหะก็ไม่ได้หายไปไหน พอยาหมดฤทธิ์ กล้ามเนื้อก็กลับมาบีบ ลมก็กลับมาค้าง ลุงก็กลับมาแน่นคออีก นี่แหละครับคำตอบว่าทำไมโล่งแป๊บเดียว ไม่ใช่เพราะยาไม่ดี ไม่ใช่เพราะพ่นผิด

ยาพ่นบางตัวมียาลดการอักเสบผสมอยู่ ซึ่งช่วยเรื่องผนังบวมได้ แต่ต้องพ่นทุกวันเป็นเดือนถึงจะเห็นผล หมอเป็นคนเลือกว่าใครเหมาะ ผมเขียนแยกไว้ในยาพ่นสีฟ้ากับสีส้มต่างกันยังไง ครับ

แล้วทำไมลุงนอนราบไม่ได้

ถุงลมที่พังไปแล้วทำให้หลอดลมเล็กๆ แฟบตอนหายใจออก ลมออกไม่หมด ค้างจนปอดพองแน่น พอนอนลง ท้องจะดันกระบังลมขึ้นไปเบียดปอดเข้าไปอีก เรื่องนี้ผมเขียนแยกไว้ในนอนราบไม่ได้ ต้องนั่งหลับทุกคืน ส่วนภาพละเอียดว่าถุงลมพังได้ยังไง อยู่ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร

"ไม่ดีขึ้น" ของคุณเป็นแบบไหน

คำว่าไม่ดีขึ้นคำเดียว ที่คนทักมาหาผม มันซ่อนอยู่ 3 แบบ และต้องทำคนละอย่างเลยครับ

พ่นแล้วโล่งจริง แต่อยู่ได้ไม่นาน

แบบลุง ป. แปลว่ายายังทำงานอยู่ สิ่งที่ต้องทำเพิ่มคือไปจัดการต้นเหตุที่ทำให้ปอดพังเพิ่มทุกวัน อยู่ในหัวข้อข้างล่าง ถ้าเป็นหนักตอนกลางคืน ผมเขียนแยกไว้ในพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียว

พ่นแล้วแทบไม่รู้สึกอะไรเลย

ให้เช็กวิธีพ่นก่อนอย่างอื่น ผู้สูงอายุหลายคนกดกับสูดไม่พร้อมกัน ยาไปติดลิ้นติดคอ ไม่ได้ลงปอด ลองเอายาไปให้เภสัชกรที่ร้านยาดูวิธีพ่นสักครั้ง ไม่เสียเงิน หลายคนดีขึ้นแค่ตรงนี้

เหนื่อยขึ้นเรื่อยๆ แม้ตอนนั่งเฉยๆ

"เวลานี้เดินหน่อยเดียวก็เหนื่อย นั่งอยู่เฉยก็เหมือนเหนื่อย"

ผู้ป่วยอายุ 69 ปี

ประโยคหลังนี่สำคัญมากครับ เหนื่อยตอนนั่งเฉยๆ อย่ารอถึงวันนัด กลับไปให้หมอดูใหม่เลย

ลุง ป. บอกว่า "ตอนนี้กำลังแย่มาก" กินได้น้อย ใจไม่ดี ทั้งที่พ่นยาประจำ ถ้าเป็นคุณหรือคนที่บ้าน ผมอยากให้กลับไปหาหมอก่อนวันนัดเลยครับ อาการที่แย่ลงทั้งที่ใช้ยาครบ คือเรื่องที่หมอต้องรู้

ทำไมยิ่งนานยิ่งแย่ ทั้งที่พ่นยาทุกวัน

"ปีกว่าแล้ว จะเป็นๆ หายๆ"

ผู้ป่วยอายุ 50 กว่า · ไอเรื้อรังมาปีกว่า

คำว่าเป็นๆ หายๆ นี่แหละครับที่ต้องระวัง เพราะมันไม่ได้หายจริง มันวนกลับมาที่เดิม ถุงลมเสียหาย ลมออกไม่หมด เสมหะค้าง เชื้อโรคชอบที่อับชื้นแบบนี้ เลยติดเชื้อง่าย พอติดเชื้อ ทีมแม่บ้านถูกเรียกมาเพิ่มเป็นกองทัพ ฉีดน้ำยาหนักกว่าปกติหลายเท่า ถุงลมก็พังเพิ่ม แล้วก็วนกลับไปเริ่มใหม่

กำเริบครั้งเดียวจึงกินถุงลมไปมากกว่าอยู่เฉยๆ เป็นเดือน ที่ลุง ป. บอกว่า "พอมันกำเริบทรมานมาก" ไม่ได้ทรมานแค่ตอนนั้นนะครับ แต่ละครั้งมันพาปอดลงไปอีกขั้น และไม่กลับขึ้นมาอีก ยาพ่นช่วยได้แค่ตรงท่อที่บีบ ส่วนที่เหลือของวงจรยังหมุนต่อเงียบๆ เหมือนรถที่เราเหยียบเบรกอยู่ล้อเดียวจากสี่ล้อครับ

4 อย่างที่ยาทำแทนไม่ได้ แต่ทำเองที่บ้านได้

ยาพ่นช่วยระบายลมได้ชั่วคราว ส่วนที่เหลือคือหยุดไม่ให้ปอดพังเพิ่ม กับช่วยไล่ลมที่ค้างด้วยตัวเอง ไม่มีใครทำแทนเราได้ และไม่ต้องใช้เงินเลยครับ

1. หายใจแบบเป่าเทียน

อันนี้ตรงกับปัญหาของลุงที่สุด เพราะปัญหาคือลมออกไม่หมด สูดเข้าทางจมูกนับ 1-2 แล้วห่อปากเป่าออกช้าๆ เหมือนเป่าเทียน นับ 1-2-3-4 ให้ลมออกนานกว่าลมเข้า การห่อปากทำให้ท่อไม่แฟบเร็วตอนหายใจออก ลมที่ค้างก็ออกมาได้มากขึ้น ทำได้ทันทีตอนเหนื่อย ถ้าทำแล้วหน้ามืดให้หยุดก่อนนะครับ

2. หนีให้ไกลจากควันทุกชนิด

นี่คือสิ่งเดียวที่มีหลักฐานชัดว่าทำให้ปอดเสื่อมช้าลงได้จริง เพราะควันคือตัวที่เรียกทีมแม่บ้านมาอยู่ในปอดทุกวัน ผมพูดตรงๆ นะครับ มันไม่ได้ทำให้ปอดกลับมาเหมือนเดิม แต่มันเปลี่ยนจากทรุดเร็วเป็นทรุดช้าได้ และไม่มียาตัวไหนหรืออาหารเสริมยี่ห้อไหนทำแทนได้

คนเก็บของเก่าแบบลุง ป. เจอควันมากกว่าที่คิด ควันที่ต้องหนีมีทั้ง

  • บุหรี่ ถ้ายังสูบอยู่ต้องเลิกนะครับ ไม่ใช่ลด ลดเหลือวันละ 3-5 มวน ปอดก็ยังโดนทุกวัน
  • บุหรี่มือสองในบ้าน ลูกหลานสูบ คนป่วยรับเต็มๆ
  • ควันเผาขยะ ฝุ่นจากการคุ้ยของ
  • ควันธูป ควันผัดกับข้าว

3. หาตัวกวนรอบตัวให้เจอ

ลองสังเกตตัวเองสักสัปดาห์ว่าแย่ลงตอนไหน หลังกินอะไร หลังทำอะไร แล้วจดไว้เล่าให้หมอฟัง หมอมีเวลาซักเราไม่กี่นาที สิ่งที่เราสังเกตจากบ้านคือข้อมูลที่หมอไม่มีทางเห็นเองในห้องตรวจ

4. อย่าให้กำเริบบ่อย

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี กับวัคซีนปอดอักเสบตามที่หมอแนะนำ คือวิธีตัดวงจรที่ง่ายที่สุด และถ้ามีสัญญาณเตือนข้างล่าง อย่ารอนะครับ ไปเร็วเท่าไหร่ยิ่งเสียถุงลมน้อยเท่านั้น

⚠️ ยาที่หมอให้ ห้ามหยุดเองนะครับ

ที่เล่ามาทั้งหมด ไม่ได้แปลว่ายาพ่นไม่จำเป็น ผู้สูงอายุที่หยุดยาขยายหลอดลมเองทรุดหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลได้ จะหยุด จะลด จะเปลี่ยนยา ต้องให้หมอเป็นคนบอกเท่านั้น

ถ้ากำลังคิดจะหยุดเพราะค่ายาแพง กลัวติดยา หรือรู้สึกว่าไม่ได้ผล ผมเขียนตอบไว้ทีละเรื่องในยาพ่นไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม

แบบนี้ต้องรีบไปหาหมอ ไม่ต้องรอวันนัด

บางคนที่รู้สึกว่าพ่นแล้วไม่ดีขึ้น ไม่ได้เป็นเรื่องระยะยาวแบบที่เล่ามา แต่กำลังกำเริบอยู่ตอนนี้ ซึ่งรอไม่ได้ ลองดูว่ามีข้อไหนตรงไหมครับ

ไปหาหมอเร็วกว่าวันนัด ถ้ามี
  • เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม เขียว หรือมีเลือดปน
  • เสมหะมากขึ้น หรือเหนียวข้นขึ้นชัดๆ
  • มีไข้
  • ต้องใช้ยาพ่นฉุกเฉินถี่กว่าเดิมมาก
🚨 ไปโรงพยาบาลเลย อย่ารอเช้า ถ้ามี
  • เหนื่อยจนพูดไม่จบประโยค
  • ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียวคล้ำ
  • ซึม สับสน เรียกแล้วตอบช้า

คำถามที่คนทักมาถามบ่อย

พ่นแล้วไม่ดีขึ้น พ่นเพิ่มเองได้ไหม?

ไม่ได้ครับ พ่นเกินอาจใจสั่น มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว และถ้าต้องพ่นเพิ่มถึงจะอยู่ได้ แปลว่าโรคเริ่มคุมไม่อยู่แล้ว เรื่องนี้หมอต้องรู้ครับ

ขอหมอเปลี่ยนยาได้ไหม?

ขอได้ครับ แต่แทนที่จะบอกว่า "ยาไม่ได้ผล" ให้เล่าเป็นเรื่องที่นับได้ หมอใช้ตัวเลขพวกนี้ตัดสินใจครับ

  • พ่นแล้วโล่งได้กี่ชั่วโมง
  • ใช้ยาฉุกเฉินวันละกี่ครั้ง
  • เดินได้ไกลแค่ไหนถึงต้องหยุดพัก
  • กลางคืนตื่นเพราะหอบกี่ครั้ง

พ่นยาบ่อยๆ จะติดยาไหม?

ไม่ติดครับ ยาขยายหลอดลมไม่ใช่ยาเสพติด

✏️ การบ้านข้อเดียวจากผม

วันนี้ลองนับดูว่าพ่นยาฉุกเฉินไปกี่ครั้ง จดไว้ในปฏิทินหรือกระดาษแปะตู้เย็น ทำไปสักสองสัปดาห์ แล้วเอาไปให้หมอดูตอนไปตามนัด ไม่ต้องซื้ออะไรเลย แต่มันบอกได้ว่าตอนนี้โรคคุมอยู่หรือไม่อยู่ครับ

· · ·

แล้วคุณหละ..?

ตอนนี้พ่นยาแล้วโล่งได้นานกี่ชั่วโมงครับ มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ ^_^

ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messenger

ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ

คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่

ผมขายอะไร บอกไว้ตรงๆ ครับ

ผมขาย BLB U ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP

BLB U ไม่ใช่ยา และใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ

ดูรายละเอียด BLB U
คนเขียนคือใคร

ผมดูแลเพจ BLB U ตัวช่วยถุงลมโป่งพอง คุยกับผู้ป่วยและญาติมาแล้ว 600 กว่าราย คำพูดทุกประโยคในบทความมาจากแชทจริง ผมไม่ใช่หมอนะครับ และผมขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ป่วยถุงลมโป่งพองด้วย บอกไว้ตรงๆ ครับ

อ่านต่อ

อาการ

โล่งแป๊บเดียว แล้วกลับมาแน่นอีก

พ่นแล้วโล่งได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการแบบนี้แปลว่ายายังทำงานอยู่ แต่ความยาวของช่วงที่โล่งคือสัญญาณบอกว่าโรคยังคุมอยู่หรือเริ่มคุมไม่อยู่

เรื่องยา

ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง

สีของหลอดยาพ่นไม่ใช่มาตรฐานอะไรทั้งสิ้น ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี บทความนี้บอกวิธีดูว่ายาที่ถืออยู่เป็นตัวขยายหรือตัวคุม โดยไม่ต้องดูสี

เรื่องยา

ไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม

อยากหยุดยาพ่นเพราะกลัวติด กลัวผลข้างเคียง หรือรู้สึกดีขึ้นแล้ว เหตุผลที่คนอยากหยุดมี 4 ข้อ และทุกข้อมีทางออกที่ดีกว่าการหยุดเอง