"ครับมียาพ่นที่หมอให้มาสองอันสีฟ้ากับสีส้มครับ" คุณปราณี อายุ 56 พิมพ์มาบอกผมเมื่อปลายเดือนมีนาคม ตอนผมถามว่าตอนนี้รักษายังไงอยู่ แกบอกว่าเป็นมาได้เดือนกว่าๆ ยังใหม่กับโรคนี้มาก
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่
ลองอ่านประโยคของคุณปราณี อีกรอบนะครับ แกเรียกยาด้วยสี ไม่ได้เรียกด้วยชื่อ และไม่ได้บอกเลยว่าอันไหนใช้ตอนไหน สิ่งที่แกเล่ามามีแค่นี้ครับ
- อายุ 56 เป็นมาเดือนกว่า
- มียาพ่นที่หมอให้มา 2 หลอด สีฟ้ากับสีส้ม
- อาการที่กวนใจที่สุดตอนนี้คือไอกับเหนื่อย
"ไอและเหนื่อยหอบครับ"
คุณปราณี · 56 ปี · เป็นมาเดือนกว่า
คุณปราณี ไม่ได้แปลกเลยครับ คนที่ทักมาหาผมส่วนใหญ่เรียกยาตัวเองด้วยสีแบบนี้ทั้งนั้น อีกคนพิมพ์มาว่า "ไอไม่หาย แล้วก็เหนื่อย ยาพ่นให้สีม่วงพ่นเช้าเย็น" อีกคนตอบสั้นๆ ว่า "หลอดสีขาว เช้าเย็น" ฟ้า ส้ม ม่วง ขาว คนละสี คนละโรงพยาบาล แต่จำยาแบบเดียวกันหมด
สีของหลอดยาไม่ใช่มาตรฐานอะไรเลย ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี การจำยาด้วยสีจึงอันตรายกว่าที่คิด สิ่งที่ต้องรู้จริงๆ คือยาพ่นมี 2 หน้าที่ หลอดหนึ่ง "ดับไฟ" ตอนอาการมา อีกหลอด "กันไฟ" ต้องพ่นทุกวัน และสองหน้าที่นี้ห้ามใช้แทนกัน
ถ้าเป็นเคสคุณปราณี ผมดูแลแบบนี้ครับ
สีหลอดไม่ได้บอกอะไรเลย
ฟังแล้วอาจแปลกใจนะครับ แต่สีฟ้ากับสีส้มของคุณปราณี ไม่ได้บอกเลยว่ายาข้างในคืออะไร
- ยาตัวเดียวกัน คนละยี่ห้อ อาจคนละสี
- ยาคนละตัว อาจสีเดียวกัน
- โรงพยาบาลคนละที่ ก็ให้ยาคนละยี่ห้อ
แปลว่าวันไหนคุณปราณี ย้ายไปรักษาที่อื่น หรือโรงพยาบาลเปลี่ยนยี่ห้อยา หลอดสีฟ้าใบใหม่อาจไม่ใช่ยาตัวเดิมเลยก็ได้ ถ้ายังจำว่า "สีฟ้าคือตัวนั้น" ก็มีโอกาสพ่นผิดตัวโดยไม่รู้ตัว
ผมเลยจะไม่บอกนะครับว่าสีไหนคือตัวไหน เพราะถ้าผมบอกไป แล้วบังเอิญยี่ห้อที่คุณได้มาสีไม่ตรงกับที่ผมเขียน คุณจะใช้ยาผิดตัวเพราะบทความของผม ซึ่งผมรับผิดชอบตรงนั้นให้ไม่ได้
ยาพ่นมี 2 หน้าที่ ห้ามใช้แทนกัน
ลืมเรื่องสีไปก่อนครับ ยาพ่นที่หมอให้คนเป็นถุงลมโป่งพอง แบ่งตามหน้าที่ได้ 2 แบบ อ่านจบแล้วคุณจะแยกออกเองว่าหลอดในมือเป็นแบบไหน
1. หลอด "ช่วยตอนอาการมา"
หลอดแบบนี้ออกฤทธิ์เร็วมาก พ่นแล้วรู้สึกได้ในไม่กี่นาที เพราะมันเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่กำลังรัดท่อลมอยู่ตอนนั้นเลย
แต่มันอยู่ได้ไม่นาน ไม่กี่ชั่วโมงก็หมดฤทธิ์ นี่คือหลอดที่หมอบอกว่า "พกติดตัวไว้ พ่นเมื่อมีอาการ" หน้าที่ของมันคือดับไฟ ไม่ใช่กันไฟ
2. หลอด "พ่นประจำ กันไว้ก่อน"
หลอดแบบนี้พ่นแล้วมักไม่รู้สึกอะไรทันทีครับ และนี่แหละคือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
มันไม่ได้ออกแบบมาให้รู้สึก มันทำงานสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อลดการอักเสบในท่อลม และกันไม่ให้อาการกำเริบ หมอถึงสั่งให้พ่นเช้าเย็นทุกวัน ไม่ว่าวันนั้นจะมีอาการหรือไม่มีก็ตาม หน้าที่ของมันคือกันไฟ ไม่ใช่ดับไฟ
สลับกันเมื่อไหร่ อันตรายทั้งสองทาง
ถ้าคุณปราณี หยิบผิดหลอด เรื่องจะออกมาได้ 2 แบบครับ
เอาหลอดกันไฟมาพ่นตอนหอบ
มันช้าเกินไปครับ กว่ายาจะออกฤทธิ์ อาการอาจหนักไปแล้ว
เอาหลอดดับไฟมาพ่นแทนหลอดประจำ
อันนี้อันตรายกว่า เพราะเราจะรู้สึกว่า "ก็ดีนี่ พ่นแล้วโล่งทุกที" แต่ข้างในการอักเสบยังเดินหน้าต่อไปเงียบๆ ทุกวัน เหมือนกินยาแก้ปวดกลบอาการไว้ แต่ต้นเหตุยังอยู่
คนกลุ่มนี้แหละที่มักทักมาบอกผมว่าพ่นแล้วโล่งอยู่แป๊บเดียว ผมเขียนแยกไว้ในทำไมพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียวแล้วกลับมาแน่นอีก
แต่ต้องบอกไว้ด้วยนะครับ ต่อให้ใช้ยาถูกทุกอย่างแล้ว ยาพ่นก็ยังแก้ได้แค่ครึ่งเดียวอยู่ดี มันคลายกล้ามเนื้อรอบท่อได้ แต่ผนังท่อที่บวม เสมหะที่ค้าง และถุงลมที่เสียไปแล้ว ยาไม่ได้ซ่อมให้ ผมอธิบายไว้ทั้งหมดในพ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที ส่วนว่าปอดพังได้ยังไงตั้งแต่ต้น อยู่ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร
แล้วหลอดในมือคุณเป็นแบบไหน
อย่าดูที่สีครับ ให้ดู 3 อย่างนี้แทน
1. ดูวิธีใช้ที่หมอสั่ง
อันนี้ตรงที่สุดและใช้ได้ทันที
- หมอสั่งว่า "พ่นเช้า-เย็น ทุกวัน" คือหลอดพ่นประจำ กันไว้ก่อน
- หมอสั่งว่า "พ่นเมื่อมีอาการ" หรือ "พ่นเวลาเหนื่อย" คือหลอดช่วยตอนอาการมา
2. ดูชื่อบนหลอด ไม่ใช่สีหลอด
ชื่อยาที่พิมพ์อยู่บนตัวหลอดคือสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน ต่อให้เปลี่ยนโรงพยาบาลหรือเปลี่ยนยี่ห้อ ลองถ่ายรูปหลอดเก็บไว้ในมือถือ จะได้มีข้อมูลติดตัวเวลาไปหาหมอที่อื่น หรือต้องเข้าห้องฉุกเฉิน
3. ถามเภสัชกรที่ร้านยาใกล้บ้าน
เอาหลอดไปให้ดูได้เลยครับ ไม่เสียเงิน ไม่ต้องรอวันนัด เขาตอบได้ทันทีว่าตัวไหนทำหน้าที่อะไร ถ้าเป็นคุณปราณี ที่เพิ่งได้ยามาเดือนกว่า ผมว่าข้อนี้คุ้มที่สุดครับ
ทำไมหมอให้มาสองหลอด
หลายคนสงสัยว่าให้หลอดเดียวไม่ได้เหรอ คำตอบคือสองหลอดนี้แก้คนละปัญหาครับ หลอดหนึ่งกันไม่ให้กำเริบ อีกหลอดช่วยตอนกำเริบแล้ว ให้อย่างเดียวก็ขาดอีกอย่างไป
แต่ถ้าคุณได้มาหลอดเดียว นั่นก็ไม่ผิดนะครับ ขึ้นกับว่าโรคอยู่ระยะไหน บางระยะหมอให้พ่นประจำอย่างเดียวก็พอ บางคนหมอให้เป็นหลอดที่รวมยาสองอย่างไว้ในหลอดเดียว ไม่ต้องเทียบกับคนอื่นครับ ยาของใครก็ของคนนั้น
อย่าเปลี่ยนหรือหยุดยาเองเพราะอ่านบทความนี้ ถ้าอ่านแล้วสงสัยว่าตัวเองอาจใช้ผิด ให้เอาข้อสงสัยไปถามหมอหรือเภสัชกร อย่าปรับเอง
และอย่าเอายาของคนอื่นมาพ่น ต่อให้เป็นโรคเดียวกันและสีหลอดเหมือนกันเป๊ะ เพราะขนาดยาและตัวยาอาจคนละอย่าง
เรื่องหยุดยาผมเขียนไว้ละเอียดในยาพ่นไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
คำถามที่คนทักมาถามบ่อย
พ่นสองหลอด ต้องพ่นอันไหนก่อน?
โดยทั่วไปถ้าต้องพ่นสองอันในเวลาเดียวกัน มักให้พ่นตัวที่ขยายหลอดลมก่อน เพื่อให้ท่อเปิด แล้วอีกตัวจะลงไปได้ลึกขึ้น แต่ยาแต่ละสูตรมีคำสั่งไม่เหมือนกัน ให้ยึดตามที่หมอหรือเภสัชกรบอกเป็นหลักครับ
พ่นแล้วต้องบ้วนปากไหม?
ถ้าเป็นหลอดที่มีสเตียรอยด์ผสม ซึ่งมักเป็นหลอดพ่นประจำ ควรบ้วนปากกลั้วคอทุกครั้งหลังพ่น เพื่อกันเชื้อราในปาก ถ้าไม่แน่ใจว่าหลอดเรามีหรือไม่มี ถามเภสัชกรได้ครับ
เปลี่ยนโรงพยาบาลแล้วได้ยาสีไม่เหมือนเดิม แปลว่าหมอเปลี่ยนยาให้เหรอ?
ไม่จำเป็นครับ อาจเป็นยาตัวเดิมแต่คนละยี่ห้อ นี่แหละเหตุผลที่ผมบอกว่าอย่าจำด้วยสี ให้เทียบชื่อยาบนหลอดกับของเดิม ถ้าไม่แน่ใจให้ถามก่อนออกจากโรงพยาบาล
ยาพ่นหมดอายุดูตรงไหน?
ดูวันหมดอายุที่ตัวหลอดหรือกล่อง และสังเกตด้วยว่าพ่นแล้วยังมีละอองออกมาปกติไหม หลอดที่เหลือน้อยมาก อาจพ่นแล้วได้แต่ลม ไม่ได้ยา
วันนี้หยิบหลอดยาพ่นขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือทุกหลอด ให้เห็นชื่อยาชัดๆ แล้วพิมพ์โน้ตไว้ใต้รูปว่าหมอสั่งให้พ่นยังไง แค่นี้เวลาไปหาหมอที่อื่น เข้าห้องฉุกเฉิน หรือลูกหลานต้องพาไปโรงพยาบาล ข้อมูลที่สำคัญที่สุดจะอยู่ในมือแล้วครับ
แล้วคุณหละ..?
ยาพ่นที่คุณหรือคนที่บ้านใช้อยู่ มีกี่หลอด แล้วรู้ไหมครับว่าหลอดไหนใช้ตอนไหน มาเล่าให้ผมฟังหน่อยได้นะครับ ^_^
ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messengerถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ
คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่
ผมขาย BLB U ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP
BLB U ไม่ใช่ยา และใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ
ดูรายละเอียด BLB Uอ่านต่อ
พ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที
พ่นยาแล้วโล่งแป๊บเดียวก็กลับมาเหนื่อยอีก ไม่ใช่เพราะใช้ยาผิด บทความนี้อธิบายว่ายาพ่นแก้อะไรได้ แก้อะไรไม่ได้ และอีกครึ่งที่เหลือเราทำเองได้ยังไง
โล่งแป๊บเดียว แล้วกลับมาแน่นอีก
พ่นแล้วโล่งได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการแบบนี้แปลว่ายายังทำงานอยู่ แต่ความยาวของช่วงที่โล่งคือสัญญาณบอกว่าโรคยังคุมอยู่หรือเริ่มคุมไม่อยู่
ไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
อยากหยุดยาพ่นเพราะกลัวติด กลัวผลข้างเคียง หรือรู้สึกดีขึ้นแล้ว เหตุผลที่คนอยากหยุดมี 4 ข้อ และทุกข้อมีทางออกที่ดีกว่าการหยุดเอง