พ่นยาแล้วรู้สึกไม่ดี แต่ไม่กล้าบอกหมอ

"กลัวมันดื้อยา ใช้ยาแล้วไม่ได้ผล หรือลืมยาหรือยาหมด" คุณจิตรภาณุ พิมพ์มาเล่าให้ผมฟังเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม แกพ่นยามาหลายปีแล้ว มีทั้งยาพ่นป้องกันและยาพ่นฉุกเฉิน

คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่

คุณจิตรภาณุ ไม่ได้ทิ้งยานะครับ แกพ่นตามที่หมอให้ ตรวจร่างกายประจำทุกปี แต่ในใจแกมีเรื่องค้างอยู่ 3 อย่าง

  • กลัวว่าพ่นไปนานๆ ยาจะดื้อ แล้วไม่ได้ผล
  • พ่นแล้วดีขึ้น แต่ไม่หาย เดี๋ยวก็กลับมาอีก
  • กลัวลืมพ่น หรือยาหมดก่อน

"พ่นป้องกัน และฉุกเฉิน หรือเมื่อมีอาการ แต่ไใ่หาย วันหลังก็กลับมาเป๋นอีก"

คุณจิตรภาณุ · พ่นยามาหลายปี

คุณจิตรภาณุ ไม่ได้บอกว่าจะหยุดยา แต่ความคิดแบบที่แกพิมพ์มานี่แหละครับ ถ้าปล่อยค้างไว้นานๆ มันพาคนไปถึงคำถามที่มีคนถามผมตรงๆ ว่า "ยาพ่นไม่ต้องพ่นก็ได้ไหมคะรับ" กับ "พอดีขึ้นสามารถหยุดยาได้ไหมครับ"

ตอบสั้นๆ ก่อนเลยครับ

หยุดเองไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะรู้สึกดีขึ้นแค่ไหน ไม่มีอาการมานานแค่ไหน การหยุดยาพ่นต้องให้หมอเป็นคนสั่งเท่านั้น แต่ผมไม่ได้อยากบอกแค่ว่า "ห้ามนะ" แล้วจบ คนที่อยากหยุดยามีเหตุผลอยู่ 4 ข้อ และทุกข้อมีทางที่ดีกว่าการหยุดเองครับ

ถ้าเป็นเคสคุณจิตรภาณุ ผมดูแลแบบนี้ครับ

เหตุผลที่ 1 "ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ไม่มีอาการแล้ว"

อันนี้เจอบ่อยที่สุด และอันตรายที่สุดด้วยครับ มีคนเล่าเส้นทางของตัวเองให้ผมฟังไว้ประโยคเดียว แต่อธิบายเรื่องนี้ได้ครบเลย

"ตอนรักษาใหม่ๆ ก็ดีขึ้น ไม่พ่นยาไม่อะไร แต่พอพี่เป็นโควิดสองครั้งก็เลยแย่"

คนที่ทักมาปรึกษาผม

ช่วงที่ "ไม่พ่นยาไม่อะไร" มันมีอยู่จริง และอาจอยู่ได้เป็นปี แต่มันไม่ได้แปลว่าโรคหายไปแล้วนะครับ มันแปลว่าตอนนั้นยังไม่มีอะไรมากระทบ พอมีอะไรมากระทบเข้าจริงๆ ครั้งเดียว ทุกอย่างก็เปลี่ยน

ผมเทียบให้ฟังอย่างนี้ครับ สมมติคุณเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดหัวใจตีบ หมอทำบอลลูนให้ ให้ยากินไปด้วย ผ่านไปหกเดือนหมอบอกว่าทุกอย่างปกติดี คุณจะกล้าหยุดยาหัวใจเองไหมครับ ผมว่าร้อยทั้งร้อยไม่กล้า ทั้งที่ตอนนั้นก็ไม่มีอาการอะไรเลยเหมือนกัน

ยาพ่นก็เหมือนกันเป๊ะ โดยเฉพาะหลอดที่หมอให้พ่นประจำเช้าเย็น แบบที่คุณจิตรภาณุ เรียกว่า "พ่นป้องกัน" หลอดนั้นออกแบบมาให้ทำงานตอนที่เรายังไม่มีอาการโดยเฉพาะ การที่เราไม่มีอาการ อาจเป็นเพราะยากำลังทำงานอยู่ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องใช้ยาแล้ว

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหลอดของคุณเป็นแบบไหน ผมเขียนวิธีดูไว้ในยาพ่นสีฟ้ากับสีส้มต่างกันยังไง ครับ

เหตุผลที่ 2 "กลัวติดยา กลัวดื้อยา กลัวต้องพ่นไปตลอดชีวิต"

นี่คือเรื่องแรกที่คุณจิตรภาณุ กลัวครับ ผมตอบตรงๆ เลยนะครับ ยาขยายหลอดลมไม่ใช่ยาเสพติด ไม่ทำให้ติด ไม่มีอาการลงแดง และไม่ต้องเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ผลเท่าเดิม

ที่หลายคนรู้สึกว่า "ติด" หรือ "ไม่หาย" มันมาจากเหตุการณ์แบบนี้ครับ พ่นแล้วดี หยุดแล้วแย่ พ่นแล้วดีอีก ตรงกับที่คุณจิตรภาณุ บอกว่า "วันหลังก็กลับมาเป๋นอีก" เป๊ะเลย

แต่นั่นไม่ใช่การติดยา และไม่ใช่ยาดื้อครับ นั่นคือโรคยังอยู่ เหมือนคนสายตาสั้นใส่แว่นแล้วเห็นชัด ถอดแว่นแล้วเบลอ เราไม่เรียกว่าติดแว่นใช่ไหมครับ

ส่วนต้องพ่นไปตลอดชีวิตไหม ตอบตรงๆ คือคนส่วนใหญ่ใช่ครับ เพราะถุงลมที่เสียไปแล้วไม่งอกใหม่ ผมไม่อยากให้ใครหวังในสิ่งที่ไม่จริง ถ้าอยากเห็นภาพว่าข้างในปอดเสียหายยังไงถึงซ่อมไม่ได้ อยู่ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร

แต่ขนาดยาปรับได้นะครับ บางคนคุมโรคได้ดี หมอลดยาให้ก็มี คำสำคัญคือ "หมอลดให้" ไม่ใช่เราลดเอง

เหตุผลที่ 3 "ค่ายาแพงเกินไหว"

ข้อนี้ไม่ค่อยมีใครพูดออกมาตรงๆ แต่ผมเจออยู่เรื่อยๆ ครับ มีคุณป้าคนหนึ่งอายุ 60 เล่าว่าย้ายมารับยาที่คลินิกโรคหืดของโรงพยาบาลรัฐ เพราะค่ายาที่เอกชนแพงเกินไหว

นี่แหละครับทางที่ถูก ย้ายที่รักษา ไม่ใช่หยุดยา ถ้าค่ายาเป็นปัญหา ทำได้แบบนี้ครับ

  • ใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสิทธิข้าราชการ ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ยาโรคนี้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ
  • บอกหมอตรงๆ ว่าจ่ายไม่ไหว หมอมียาในบัญชีหลักที่ทำหน้าที่เดียวกันแต่ราคาถูกกว่าให้เลือก แต่หมอจะรู้ก็ต่อเมื่อเราบอก ไม่มีหมอคนไหนโกรธเรื่องนี้ครับ
  • ถามเรื่องยาชื่อสามัญ ตัวยาเดียวกัน คนละยี่ห้อ ราคาต่างกันได้มาก

หยุดยาเพราะเงิน แล้วต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะกำเริบ สุดท้ายแพงกว่าเยอะครับ ทั้งค่ารักษา และถุงลมที่เสียไปถาวร

เหตุผลที่ 4 "พ่นไปก็ไม่เห็นได้ผล จะพ่นไปทำไม"

นี่คือความกลัวข้อที่สองของคุณจิตรภาณุ ครับ "ใช้ยาแล้วไม่ได้ผล" ข้อนี้ผมเข้าใจที่สุด แต่ต้องแยกก่อนว่า "ไม่ได้ผล" ของเราเป็นแบบไหน

พ่นแล้วโล่งจริง แต่อยู่ได้แป๊บเดียว

แปลว่ายาทำงานอยู่ครับ นั่นคือธรรมชาติของยาพ่น ผมอธิบายไว้ละเอียดในพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียว

พ่นแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย

ให้เช็ก 2 อย่างก่อนสรุปว่ายาไม่ดี

1. วิธีพ่นถูกไหม หลายคนพ่นแล้วยาไปติดลิ้นติดคอ ไม่ได้ลงปอด ลองเอาไปให้เภสัชกรดูสักครั้ง ไม่เสียเงิน 2. หลอดนั้นเป็นหลอดพ่นประจำหรือเปล่า ถ้าใช่ มันไม่ได้ออกแบบมาให้รู้สึกอะไรทันทีอยู่แล้ว การที่ไม่รู้สึกอะไร คือมันทำงานถูกต้อง

เช็กแล้ว ยังรู้สึกว่าไม่ได้ผลจริงๆ

นั่นคือเรื่องที่ต้องบอกหมอ ไม่ใช่เรื่องที่หยุดเองครับ และมีอีกเรื่องที่คนมองข้าม คือยาพ่นขยายหลอดลมแก้ได้แค่ชั้นเดียวจากปัญหาทั้งหมด 3 ชั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ายาไม่ดี ผมเขียนอธิบายไว้ทั้งบทความในพ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที

4 เหตุผลที่อยากหยุดยา กับทางที่ดีกว่า
ดีขึ้นแล้วไม่มีอาการอาจเป็นเพราะยากำลังทำงาน พ่นต่อ แล้วถามหมอ
กลัวติด กลัวดื้อไม่ใช่ยาเสพติด ถ้าคุมโรคได้ดี ให้หมอเป็นคนลด
ค่ายาแพงใช้สิทธิรักษา ขอยาในบัญชีหลัก หรือยาชื่อสามัญ
ไม่ได้ผลเช็กวิธีพ่นกับเภสัชกร แล้วเล่าให้หมอฟังเป็นตัวเลข

อยากลดยา ขอหมอได้ แต่ต้องพูดแบบนี้

ขอได้ครับ และควรขอด้วยซ้ำถ้ามีเหตุผล แต่อย่าบอกแค่ว่า "ยาไม่ได้ผล" หรือ "อยากหยุดยา" เพราะคำพวกนี้ไม่ได้บอกอะไรหมอเลย ให้เล่าเป็นตัวเลขแทน

  • พ่นแล้วโล่งอยู่ได้กี่ชั่วโมง
  • ใช้ยาฉุกเฉินสัปดาห์ละกี่ครั้ง
  • เดินได้ไกลแค่ไหนถึงต้องหยุดพัก
  • กลางคืนตื่นเพราะหอบกี่ครั้ง
  • เดือนที่ผ่านมามีวันที่แย่กี่วัน

ตัวเลขพวกนี้คือสิ่งที่หมอใช้ตัดสินใจว่าจะลดยาให้ได้หรือยัง ลองจดใส่กระดาษไปสักสองสัปดาห์ก่อนวันนัด แล้วยื่นให้หมอดู การคุยจะเปลี่ยนไปเลยครับ

ส่วนเรื่องลืมยากับยาหมดที่คุณจิตรภาณุ กลัว ถ้าลืมบ่อย ตั้งนาฬิกาปลุก หรือวางหลอดยาไว้ข้างแปรงสีฟัน และไปรับยาก่อนหลอดจะหมด อย่ารอให้หมดแล้วค่อยไป เพราะช่วงที่ไม่มียาอยู่ในมือ ก็คือการหยุดยาไปโดยไม่ได้ตั้งใจนั่นเองครับ

⚠️ ยาที่หมอให้ ห้ามหยุดเองนะครับ

ไม่มีอะไรมาแทนยาที่หมอสั่งได้ จะหยุด จะลด จะเปลี่ยนยา ต้องให้หมอเป็นคนบอกเท่านั้น ต่อให้ไม่มีอาการเลยก็ตาม

อยากหยุดยา ไม่ผิดครับ สิ่งที่อันตรายจริงๆ คือการหยุดไปเงียบๆ โดยที่หมอไม่รู้

แบบนี้ต้องรีบไปหาหมอ ไม่ต้องรอวันนัด

ไปหาหมอเร็วกว่าวันนัด ถ้ามี
  • ต้องใช้ยาพ่นถี่ขึ้นกว่าเดิมชัดเจน หรือหลอดหมดเร็วกว่าเดิมมาก
  • เสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม เขียว หรือมีเลือดปน
  • มีไข้ร่วมด้วย
🚨 ไปโรงพยาบาลเลย อย่ารอเช้า ถ้ามี
  • เหนื่อยจนพูดไม่จบประโยค
  • ริมฝีปากหรือปลายเล็บเขียวคล้ำ
  • ซึม สับสน เรียกแล้วตอบช้าผิดปกติ

คำถามที่คนทักมาถามบ่อย

ลืมพ่นไปหนึ่งครั้ง ต้องพ่นชดเชยไหม?

โดยทั่วไปไม่ต้องพ่นเพิ่มเป็นสองเท่าครับ ให้พ่นครั้งต่อไปตามเวลาปกติ แต่ยาแต่ละตัวมีคำแนะนำต่างกัน ถามเภสัชกรหรือหมอให้แน่ใจสำหรับยาของคุณ

หยุดยาไปแล้วหลายเดือน จะกลับมาพ่นเองเลยได้ไหม?

อย่าเพิ่งครับ กลับไปหาหมอก่อน เพราะระหว่างที่หยุดไป โรคอาจเปลี่ยนไปแล้ว ยาและขนาดเดิมอาจไม่เหมาะกับตอนนี้

เลิกบุหรี่แล้ว หยุดยาได้ไหม?

เลิกบุหรี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ และเป็นสิ่งเดียวที่มีหลักฐานชัดว่าทำให้ปอดเสื่อมช้าลง แต่มันไม่ได้ซ่อมถุงลมที่เสียไปแล้ว เรื่องหยุดยายังต้องให้หมอประเมินอยู่ดีครับ

ไม่มีอาการมาสองปีแล้ว ยังต้องพ่นอีกเหรอ?

ต้องให้หมอตัดสินจากผลตรวจสมรรถภาพปอด ไม่ใช่จากความรู้สึกครับ เพราะปอดเสื่อมได้โดยที่เรายังไม่รู้สึกอะไร และหลายคนที่ไม่มีอาการ ก็เพราะยาที่พ่นอยู่ทุกวันนั่นแหละ

✏️ การบ้านข้อเดียวจากผม

ถ้าตอนนี้มีเรื่องที่ทำให้คุณอยากหยุดยาอยู่จริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องเงิน ผลข้างเคียง หรือรู้สึกว่าไม่ได้ผล เขียนใส่กระดาษไปหนึ่งบรรทัด แล้วเอาไปให้หมออ่านวันนัดหน้า ไม่ต้องพูดเก่ง ยื่นกระดาษให้ก็พอครับ

· · ·

แล้วคุณหละ..?

เคยคิดอยากหยุดยาพ่นเองไหมครับ เพราะอะไร มาเล่าให้ผมฟังได้นะครับ ^_^

ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messenger

ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ

คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่

ผมขายอะไร บอกไว้ตรงๆ ครับ

ผมขาย BLB U ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP

BLB U ไม่ใช่ยา และใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ

ดูรายละเอียด BLB U
คนเขียนคือใคร

ผมดูแลเพจ BLB U ตัวช่วยถุงลมโป่งพอง คุยกับผู้ป่วยและญาติมาแล้ว 600 กว่าราย คำพูดทุกประโยคในบทความมาจากแชทจริง ผมไม่ใช่หมอนะครับ และผมขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ป่วยถุงลมโป่งพองด้วย บอกไว้ตรงๆ ครับ

อ่านต่อ

เริ่มอ่านที่นี่

พ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที

พ่นยาแล้วโล่งแป๊บเดียวก็กลับมาเหนื่อยอีก ไม่ใช่เพราะใช้ยาผิด บทความนี้อธิบายว่ายาพ่นแก้อะไรได้ แก้อะไรไม่ได้ และอีกครึ่งที่เหลือเราทำเองได้ยังไง

อาการ

โล่งแป๊บเดียว แล้วกลับมาแน่นอีก

พ่นแล้วโล่งได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการแบบนี้แปลว่ายายังทำงานอยู่ แต่ความยาวของช่วงที่โล่งคือสัญญาณบอกว่าโรคยังคุมอยู่หรือเริ่มคุมไม่อยู่

เรื่องยา

ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง

สีของหลอดยาพ่นไม่ใช่มาตรฐานอะไรทั้งสิ้น ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี บทความนี้บอกวิธีดูว่ายาที่ถืออยู่เป็นตัวขยายหรือตัวคุม โดยไม่ต้องดูสี