"ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยง่าย ไปหาหมอแล้วหมอบอกว่าสันนิษฐานว่าจะเป็นถุงลมโป่งพอง เอกซเรย์ปอดเป็นฝ้าครับ" ลุงชาญชัย อายุ 62 พิมพ์มาเล่าให้ผมฟังแบบนี้ แล้วถามต่อว่า สันนิษฐาน แปลว่าเป็นแน่ๆ แล้วใช่ไหม หรือว่ายังไม่แน่
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่
ลุงชาญชัยไปหาหมอเพราะเหนื่อยง่ายกว่าเมื่อก่อน หมอส่งเอกซเรย์ปอด แล้วกลับมาพร้อมคำสองคำที่ฟังแล้วใจไม่ดีทั้งคู่ คือ "สันนิษฐาน" กับ "ฝ้า" ได้ยินแล้วก็กลับบ้านไปพร้อมคำถามว่าตกลงเป็นหรือไม่เป็น
"เอกซเรย์ปอดเป็นฝ้าครับ"
ลุงชาญชัย · อายุ 62
ไม่ได้มีแค่ลุงชาญชัยนะครับ อีกคนพิมพ์มาบอกผมว่าสิ่งที่กลัวที่สุดคือ "กลัวเป็นถุงลมโป่งพอง,หรืออาจจปอดเป็นฝ้า ครับ" สองคำนี้มาคู่กันบ่อยมาก และคนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามันคือเรื่องเดียวกัน
ยังไม่แน่ครับ สันนิษฐานแปลว่าหมอเห็นสัญญาณเข้าข่ายแล้วจากอาการและเอกซเรย์ แต่ยังฟันธงไม่ได้ เพราะเอกซเรย์ปอดอย่างเดียววินิจฉัยถุงลมโป่งพองไม่ได้ และ "ฝ้า" ก็ไม่ใช่ถุงลมโป่งพอง ตัวที่ฟันธงได้จริงคือการตรวจที่คนเรียกกันว่า "เป่าปอด"
ถ้าเป็นเคสลุงชาญชัย ผมดูแลแบบนี้ครับ
"สันนิษฐาน" ในภาษาหมอ แปลว่าอะไร
เวลาหมอพูดถึงโรคที่ยังไม่ยืนยัน มักใช้คำอยู่ไม่กี่แบบ แต่ละแบบหนักแน่นไม่เท่ากันครับ
ลุงชาญชัยอยู่ขั้นแรกครับ ซึ่งควรใจชื้นมากกว่าตกใจ เพราะแปลว่ายังมีทางที่จะไม่ใช่ และถ้าใช่ ก็แปลว่าเจอตั้งแต่ยังไม่สายเกินไป
แต่มีอยู่ข้อเดียวที่อันตราย คือปล่อยให้คำว่าสันนิษฐานค้างอยู่อย่างนั้นเป็นปีโดยไม่ได้ตรวจอะไรต่อ คนไข้จำได้แค่ว่า "หมอบอกว่าน่าจะเป็นถุงลม" แล้วก็ไม่ได้ไปตามผลอีกเลย จนอาการหนักขึ้นถึงค่อยกลับไป
เอกซเรย์ปอดบอกอะไรได้ บอกอะไรไม่ได้
เอกซเรย์คือการฉายรังสีทะลุตัวเรา แล้วบันทึกเป็นภาพขาวดำ ของที่ตันหรือแน่น รังสีทะลุยาก จะออกมาขาว ส่วนที่เป็นลม รังสีทะลุง่าย จะออกมาดำ ปอดปกติเลยเป็นสีดำสองข้าง เพราะข้างในเต็มไปด้วยอากาศ
ภาพหนึ่งใบ หมอกวาดตาดูหลักๆ 5 อย่างครับ
- เนื้อปอดสองข้าง มีจุด มีฝ้า มีรอยขาวผิดปกติไหม ซ้ายกับขวาต่างกันไหม
- ขนาดปอด พองใหญ่กว่าปกติไหม ซี่โครงถ่างกว้างไหม
- กะบังลม ปกติโค้งเป็นรูปโดม ถ้าปอดพองค้างจนดันกะบังลมลงมาแบนราบ เป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง
- หัวใจ โตกว่าปกติไหม เพราะโรคปอดเรื้อรังทำให้หัวใจซีกขวาทำงานหนักขึ้นได้
- ช่องเยื่อหุ้มปอด มีน้ำ มีลมรั่วไหม
ผมชอบเปรียบแบบนี้ครับ เอกซเรย์ปอดเหมือนรูปถ่ายบ้านจากข้างนอก บอกได้ว่าผนังร้าว หลังคาแอ่น ดูทรุดโทรม แต่บอกไม่ได้ว่าน้ำประปายังไหลแรงอยู่ไหม
ถุงลมโป่งพองเป็นโรคของการไหลของลมครับ ลมเข้าไปแล้วออกไม่หมด ค้างอยู่ข้างใน ลมใหม่เลยเข้าได้น้อย เหนื่อยทั้งที่หายใจอยู่ตลอด ภาพละเอียดว่าถุงลมพังทีละขั้นยังไง ผมเขียนไว้ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร
และการไหลของลม ต้องวัดตอนที่ลมกำลังไหล ภาพนิ่งใบเดียววัดไม่ได้ นี่คือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไมต้องไปเป่า
"ปอดเป็นฝ้า" ไม่ใช่ถุงลมโป่งพอง
ฝ้าคือรอยขาวจางๆ ในเนื้อปอดที่ไม่ควรมี แปลว่าตรงนั้นมีอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่อากาศเข้าไปแทนที่
แต่คำว่าฝ้าไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร มันเป็นแค่คำบรรยายสิ่งที่เห็น เกิดได้จากหลายเรื่องมาก ตั้งแต่ร่องรอยเก่าที่ไม่ต้องทำอะไรแล้ว การอักเสบ การติดเชื้อ ฝุ่นควันที่สะสมมานาน ไปจนถึงเรื่องที่ต้องตามดูต่อ
ทีนี้จุดที่หลายคนไม่รู้ครับ ถุงลมโป่งพองแท้ๆ มักทำให้ปอดในภาพ "ดำขึ้น" ไม่ใช่ขาวขึ้น เพราะถุงลมที่พังจะรวมกันเป็นโพรงลมใหญ่ ลมค้างข้างในมากกว่าเดิม รังสีทะลุง่ายขึ้น ภาพเลยดำกว่าปกติและปอดดูพองใหญ่
ที่หมอเห็นฝ้าแล้วสันนิษฐานว่าเป็นถุงลมโป่งพอง มักเป็นเพราะหมอเอาภาพมารวมกับอาการเหนื่อยง่ายและประวัติของลุงชาญชัย ไม่ใช่เพราะฝ้าคือถุงลมโป่งพอง
ถ้าคุณเจอคำนี้ในใบผล ถามหมอ 3 ข้อนี้ได้เลยครับ
- ฝ้าที่เห็นอยู่ตรงไหน มากน้อยแค่ไหน
- หมอคิดว่าน่าจะเกิดจากอะไร
- ต้องเอกซเรย์ซ้ำดูว่าจางลงไหม หรือต้องตรวจอะไรเพิ่ม
ถามได้ครับ ไม่เสียมารยาท หมอส่วนใหญ่ยินดีตอบด้วยซ้ำ เพราะแปลว่าคนไข้ตั้งใจดูแลตัวเอง
เป่าปอด คือการตรวจอะไร
ชื่อทางการคือ การตรวจสมรรถภาพปอด หมอเรียกว่า สไปโรเมตรีย์ (spirometry) แต่คนไข้แทบทุกคนที่ทักมาหาผมเรียกว่า "ไปเป่าปอด" หรือ "เป่าเครื่อง"
หลักการง่ายมากครับ สูดลมเข้าให้เต็มปอดที่สุด แล้วเป่าออกให้แรงและนานที่สุดผ่านท่อที่ต่อกับเครื่อง เครื่องจะจับสองอย่าง
- เป่าออกมาได้ทั้งหมดกี่ลิตร บอกว่าปอดจุลมได้แค่ไหน
- วินาทีแรกเป่าออกมาได้กี่ลิตร บอกว่าลมไหลออกคล่องแค่ไหน
ตัวที่สองคือหัวใจของการตรวจนี้ครับ คนที่ท่อลมตีบหรือถุงลมพัง จะเป่าออกได้ช้า วินาทีแรกรีดออกมาได้น้อย ต้องใช้เวลานานกว่าจะหมด ต่อให้ปอดยังจุลมได้เยอะก็ตาม
ไม่เจ็บ ไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องฉีดอะไร ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที เหนื่อยตอนเป่าบ้างเป็นเรื่องปกติ นั่งพักแป๊บเดียวก็หาย
ไปเป่าปอด เจออะไรบ้าง ทีละขั้น
หลายคนกังวลเพราะไม่รู้ว่าจะเจออะไร ผมเล่าตามลำดับเลยครับ
1. วัดส่วนสูง น้ำหนัก ถามอายุ ถามเรื่องบุหรี่
เครื่องต้องใช้ตัวเลขพวกนี้คำนวณว่าคนตัวเท่านี้ อายุเท่านี้ เพศนี้ ควรเป่าได้เท่าไหร่ แล้วเอาของเราไปเทียบ ตอบตามจริงทุกข้อ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่
2. นั่งตัวตรง หนีบจมูก คาบท่อ
ที่หนีบจมูกกันลมแอบออกทางจมูก ท่อเป็นของใช้ครั้งเดียวทิ้ง ริมฝีปากต้องอมให้สนิทรอบท่อ ไม่ให้ลมรั่วออกข้างปาก จุดนี้พลาดกันบ่อยที่สุด
3. สูดเข้าให้เต็มที่ แล้วเป่าออกสุดแรง เป่าต่อไปเรื่อยๆ
สูดจนรู้สึกว่าเข้าไม่ได้อีกแล้ว แล้วเป่า เจ้าหน้าที่จะเชียร์เสียงดังว่า "เป่า เป่า เป่าต่อ ต่อ ต่อ" ต้องเป่าจนกว่าเขาจะบอกให้หยุด อย่างน้อยประมาณ 6 วินาที คนเป็นถุงลมโป่งพองอาจต้องนานกว่านั้นเพราะลมออกช้า
คนส่วนใหญ่พลาดตรงนี้ครับ พอรู้สึกว่าหมดแล้วก็เลิก ทั้งที่จริงยังมีลมเหลืออยู่
4. ทำซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง
ไม่ใช่เพราะทำไม่ผ่าน แต่ต้องได้ผลใกล้เคียงกันอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ถึงจะเชื่อถือได้ ทุกครั้งได้พักก่อน ไม่ต้องรีบ อยากพักนานกว่านั้นบอกเจ้าหน้าที่ได้เลย
5. พ่นยาขยายหลอดลม รอประมาณ 15 นาที แล้วเป่าใหม่ทั้งชุด
ขั้นนี้สำคัญที่สุด และเป็นขั้นที่คนไม่รู้ว่ามีครับ
ทำไมต้องเป่าซ้ำหลังพ่นยา
เพราะขั้นนี้แหละคือตัวแยกโรค
นึกภาพท่อลมที่ตีบอยู่ พอพ่นยาขยายเข้าไป ผลจะออกมาได้สองแบบ
แบบที่สองแปลว่าการอุดกั้นไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อที่รัดท่ออยู่อย่างเดียว ยาคลายกล้ามเนื้อได้ แต่ซ่อมถุงลมที่พังไปแล้วไม่ได้
นี่คือคำตอบเดียวกันกับที่หลายคนสงสัยว่าทำไมพ่นยาแล้วยังเหนื่อยอยู่ดี ผมเขียนไว้ทั้งบทความในพ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้น
ผลออกมา หมอดูตัวเลขอะไร
ใบผลเต็มไปด้วยตัวเลขกับกราฟ ดูน่ากลัว แต่หมอดูอยู่ไม่กี่ตัวครับ
1. ลมวินาทีแรก เทียบกับลมทั้งหมด
เอาลมที่เป่าได้ในวินาทีแรก หารด้วยลมที่เป่าได้ทั้งหมด คนปกติรีดออกได้เกิน 70% ตั้งแต่วินาทีแรก ถ้าต่ำกว่าประมาณ 70% หลังพ่นยาขยายแล้ว แปลว่ามีการอุดกั้นที่ไม่หายไปเอง นี่คือตัวยืนยันหลักที่หมอใช้
2. เป่าได้กี่เปอร์เซ็นต์ของคนตัวเท่าๆ กัน
ตัวนี้บอกว่าเป็นมากแค่ไหน แบ่งคร่าวๆ 4 ระดับ ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังใกล้เคียงคนปกติ ไปจนถึงระยะที่เหลือไม่ถึงหนึ่งในสาม
ตัวเลขนี้เอาไว้วางแผน ไม่ได้เอาไว้ทำนายอายุนะครับ คนที่ตัวเลขไม่สวยแต่ดูแลตัวเองดี เลิกบุหรี่ ใช้ยาสม่ำเสมอ ขยับตัวในระดับที่ไหว อยู่ได้ดีกว่าคนตัวเลขดีกว่าแต่ปล่อยปละละเลยเยอะครับ
3. เทียบกับผลครั้งก่อน
ถ้าเคยเป่าไว้แล้ว หมอจะดูว่าแย่ลงเร็วแค่ไหน อันนี้มีค่ากว่าตัวเลขครั้งเดียวอีก เพราะบอกว่าที่ทำอยู่ได้ผลหรือเปล่า เก็บใบผลเก่าไว้ให้ครบทุกใบนะครับ
ใครควรไปเป่าปอด
ไม่ใช่ทุกคนที่เหนื่อยต้องไปเป่าครับ แต่ถ้าเข้าข่ายข้อไหนข้างล่างนี้ ควรได้ตรวจ
- อายุ 40 ขึ้นไป และมีอาการเรื้อรังอย่างน้อยหนึ่งข้อ เหนื่อยง่ายกว่าเมื่อก่อน ไอเรื้อรัง มีเสมหะประจำ แน่นหน้าอก หรือหายใจมีเสียงหวีด
- เคยสูบบุหรี่ ไม่ว่ายังสูบหรือเลิกแล้ว รวมถึงคนที่ไม่ได้สูบเองแต่อยู่กับควันมานาน
- ทำงานหรืออยู่กับฝุ่นควันมาหลายปี ควันไม้ เตาถ่าน ฝุ่นก่อสร้าง โรงงาน สารเคมี ข้อนี้คนมองข้ามบ่อย
- หมอสันนิษฐานไว้แล้วแต่ยังไม่เคยเป่า แบบลุงชาญชัยเลยครับ
- เป็นแล้วและติดตามอาการอยู่ หมอจะให้เป่าซ้ำเป็นระยะ ดูว่าคุมอยู่ไหม
ถ้าหมอสันนิษฐานแล้วแต่ยังไม่ได้นัดเป่า ถามตรงๆ ได้เลยครับว่า "ต้องตรวจสมรรถภาพปอดเพิ่มไหมครับ" ยิ่งรู้เร็วว่าใช่หรือไม่ใช่ ยิ่งวางแผนดูแลตัวเองได้ถูกทางเร็วขึ้น
ใครที่ยังเป่าไม่ได้
การเป่าต้องออกแรงเบ่งเยอะ ความดันในช่องอกช่องท้องพุ่งขึ้นชั่วขณะ บางสภาวะเลยต้องเลื่อนไปก่อน
- เพิ่งมีปัญหาหัวใจ เจ็บหน้าอกไม่คงที่ หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาลด้วยเรื่องหัวใจ
- เพิ่งผ่าตัดตา ช่องอก หรือช่องท้อง
- เคยมีลมรั่วในช่องปอด
- ไอเป็นเลือดอยู่ตอนนี้
- กำลังมีการติดเชื้อที่แพร่ทางลมหายใจได้ เช่น วัณโรคที่ยังรักษาไม่ครบ
- ความดันสูงมากจนยังคุมไม่ได้
อีกกลุ่มคือคนที่ทำท่าตามไม่ไหว เช่น ผู้สูงอายุที่อ่อนแรงมาก มีปัญหาความจำ หูไม่ได้ยินคำสั่ง หรืออมท่อไม่สนิทเพราะปัญหาในช่องปาก ผลจะไม่น่าเชื่อถือ หมอจะใช้ทางอื่นแทน เช่น ดูอาการ ประวัติ ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว หรือส่งตรวจภาพที่ละเอียดกว่าเอกซเรย์ธรรมดา
และถ้าเป่าไม่ผ่าน ต้องทำใหม่หลายรอบ ไม่ต้องอายนะครับ เป็นเรื่องปกติมาก เจ้าหน้าที่ให้ทำซ้ำเพราะอยากได้ผลที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่เพราะเราทำผิด
เตรียมตัวก่อนไปเป่า
ตอนรับใบนัด ถามไว้ก่อนเลยครับว่า "ต้องงดพ่นยาก่อนมาไหมครับ ถ้างด งดกี่ชั่วโมง" ยาพ่นแต่ละตัวต้องงดไม่เท่ากัน บางที่ให้งด บางที่ไม่ให้งด
อย่าเดาเอง และอย่างดยาเองเด็ดขาด ถ้าทางโรงพยาบาลไม่ได้สั่งให้งด ให้พ่นตามปกติ ผู้สูงอายุที่หยุดยาขยายหลอดลมเองทรุดได้ เรื่องนี้ผมเขียนแยกไว้ในยาพ่นหยุดเองได้ไหม
วันตรวจ
- ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ไม่รัดหน้าอกหน้าท้อง
- ไม่กินอิ่มจัดมาก่อน
- งดบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนตรวจ
- ไม่ออกแรงหนักก่อนตรวจสัก 30 นาที
- ถ้าใส่ฟันปลอมที่หลวม บอกเจ้าหน้าที่ก่อน บางกรณีเขาให้ใส่ไว้เพราะช่วยให้อมท่อสนิทกว่า
- เอาใบผลเก่ากับยาที่ใช้อยู่ไปด้วย ถ่ายรูปหลอดยาเก็บไว้ในมือถือก็ได้ (ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้มต่างกันยังไง ผมเล่าไว้ว่าทำไมหมอต้องเห็นยาที่คุณใช้)
ถ้าเป็นไปได้ ให้ลูกหลานไปด้วยสักคนครับ ไม่ใช่เพราะอันตราย แต่ตอนหมออธิบายผล สองคนจำได้มากกว่าคนเดียวจริงๆ
ผลออกมาแล้ว ยังไงต่อ
ถ้าผลบอกว่าใช่
คุณจะได้แผนการรักษาที่ตรงโรค แทนที่จะได้แค่ยาแก้ไอไปเรื่อยๆ และถ้ายังสูบบุหรี่อยู่ เรื่องที่ต้องเริ่มวันนั้นเลยคือเลิกบุหรี่ ไม่มีอะไรชะลอโรคนี้ได้เท่าข้อนี้ ยาทุกตัวรวมกันยังสู้ไม่ได้
ถ้าผลบอกว่าไม่ใช่
ยังต้องหาต่อว่าอะไรทำให้เหนื่อย เพราะเหนื่อยง่ายมาจากได้หลายเรื่อง ทั้งหัวใจ ภาวะซีด น้ำหนัก ความฟิต หรือความกังวล อย่าเพิ่งดีใจแล้วหายไปนะครับ ตามให้จบว่าตกลงมันคืออะไร
ถ้าผลก้ำกึ่ง
เกิดขึ้นได้ หมออาจให้เป่าซ้ำอีกครั้ง หรือตรวจอย่างอื่นเพิ่ม ไม่ได้แปลว่าใครทำอะไรผิด
คำถามที่คนทักมาถามบ่อย
เอกซเรย์ปกติ แปลว่าปอดไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม?
ไม่ใช่ครับ ถุงลมโป่งพองระยะแรกๆ เอกซเรย์อาจดูปกติได้ นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมต้องเป่า
ไม่เคยสูบบุหรี่เลย จะเป็นได้ไหม?
ได้ครับ ควันเตาถ่าน ควันไม้ ฝุ่นจากงานที่ทำ ควันบุหรี่มือสอง หรือกรรมพันธุ์บางแบบ ก็ทำให้เป็นได้
เป่าปอดราคาเท่าไหร่?
ต่างกันตามโรงพยาบาล ถ้าใช้สิทธิ์บัตรทองหรือประกันสังคมและหมอเป็นคนสั่งตรวจ มักครอบคลุมครับ ถามที่จุดนัดหมายก่อนได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ
พ่อไม่ยอมไปตรวจ ทำยังไงดี?
ลองเปลี่ยนจากคำว่า "ไปตรวจว่าเป็นโรคอะไร" เป็น "ไปวัดว่าปอดเหลือกี่เปอร์เซ็นต์" คนกลัวคำว่าโรค แต่มักไม่ค่อยกลัวการวัดผล แล้วบอกไปด้วยว่าไม่ต้องเจาะเลือด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แค่เป่าเครื่องไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ถ้าหมอเคยพูดคำว่า "สันนิษฐาน" หรือ "น่าจะเป็น" กับคุณหรือคนที่บ้าน วันนี้เขียนประโยคนี้ใส่กระดาษแปะไว้กับสมุดนัด "ต้องตรวจสมรรถภาพปอดเพิ่มไหมครับ" ครั้งหน้าที่ไปหาหมอ ถามให้ได้ประโยคเดียวพอครับ
แล้วคุณหละ..?
เคยไปเป่าปอดหรือยังครับ มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ ^_^ ผลตรวจที่ได้มาแล้วอ่านไม่เข้าใจ ถามผมได้ครับ
ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messengerถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ
คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่
ผมขาย BLB U ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP
BLB U ไม่ใช่ยา และใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ
ดูรายละเอียด BLB Uอ่านต่อ
พ่นยามาตั้งนาน ทำไมยังไม่ดีขึ้นสักที
พ่นยาแล้วโล่งแป๊บเดียวก็กลับมาเหนื่อยอีก ไม่ใช่เพราะใช้ยาผิด บทความนี้อธิบายว่ายาพ่นแก้อะไรได้ แก้อะไรไม่ได้ และอีกครึ่งที่เหลือเราทำเองได้ยังไง
ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง
สีของหลอดยาพ่นไม่ใช่มาตรฐานอะไรทั้งสิ้น ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี บทความนี้บอกวิธีดูว่ายาที่ถืออยู่เป็นตัวขยายหรือตัวคุม โดยไม่ต้องดูสี
ไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
อยากหยุดยาพ่นเพราะกลัวติด กลัวผลข้างเคียง หรือรู้สึกดีขึ้นแล้ว เหตุผลที่คนอยากหยุดมี 4 ข้อ และทุกข้อมีทางออกที่ดีกว่าการหยุดเอง